เลือดจระเข้กับการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง

เลือดจระเข้กับการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง

การที่เรานำเลือดจระเข้มาผลิตเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพและผู้สูงอายุ สืบเนื่องจากจระเข้เป็นตำหรับยาจีนเดิมที่ใช้กันมานาน และในประเทศไทยเป็นประเทศที่มีจระเข้มากที่สุดในโลก เห็นได้ว่าจังหวัดสมุทรปราการมีฟาร์มจระที่เชื่อได้ว่า”ใหญ่ที่สุดในโลก” ฉะนั้นจากเดิมที่มีการทานแล้วเอามาใช้ในการรักษาไม่ว่าจะเป็น หอบหืด หรือว่าโรคมะเร็งก็ตาม ในฐานะนักวิจัย ตอนนี้อาจารย์เลยจัดทำ พยายามทำให้ถูกสุขลักษณะ สะอาดและให้เป็นที่ยอมรับของอย.อีกด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็จะสามารถขายได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายการที่ทำเลือดจระเข้ก็เพราะว่า จระเข้เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่รักษาตัวเองมาตลอดจนกระทั่งปัจจุบันก็ยังสามารถรอดอยู่ได้ จระเข้เป็นสัตว์ที่เกิดในยุคเดียวกับไดโนเสาร์ แต่สังเกตได้ว่าจระเข้สามารถรักษาตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องมีสัตว์แพทย์คนไหนเข้าไปดูแล ซึ่งหมายความว่าในระบบเลือดหรือในร่างกายจระเข้จะต้องมีข้อดีที่สามารถป้องกันการติดเชื้อหรือสมานแผลต่างๆให้ดีขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นโจทย์ที่ทำให้อาจารย์ได้วิจัยจนกระทั่งได้มาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอันนี้
เลือดจระเข้ที่ได้มา จะเห็นว่ามีสารที่ช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ และมีสารที่ช่วยลดหรือทำให้หารสมานแผลดีขึ้น จะเห็นได้ว่าประโยชน์ทั้งหลายในเลือดจระเข้ประกอบกับปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีที่เข้ามาใช้เรามีการนำเทคโนโลยีที่รักษาประสิทธิภาพของเลือดจระเข้ไว้ได้เป็นอย่างดีก็คือเทคโนโลยีที่เราเรียกว่า “Freeze dry” หมายถึงการพยายามรักษาประสิทธิภาพหรือคุณภาพที่ดีของเลือดจระเข้ เราเลยใช้เทคนิคตรงนี้เข้ามาช่วย พอทานเลือดจระเข้วานิไทยแล้ว ระดับเม็ดเลือดสูงขึ้น สุขภาพดีขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดในผู้บริโภคที่เป็นมะเร็ง

“จากพื้นความรู้เดิม เค้าก็เริ่มมาใช้ ปรากฏว่าผู้บริโภคที่เป็นมะเร็ง โดยเฉพาะขั้นต้นบางคนใช้ไปแล้วก็ดีขึ้นจนตรวจไม่ค่อยพบ ผู้ที่เป็นมะเร็งจนคุณหมอ บอกว่า ทำคีโมแล้ว ฉายแสงแล้ว แล้วสุดท้ายก็จะไม่รู้จะรักษายังไง แล้วก็ให้กลับไปอยู่บ้าน พอเค้าได้กลับกินเลือดจระเข้ วานิไทยชนิดแคปซูลตรงนี้เข้าไป เค้าสามารถอยู่ได้อีกนาน จนบางคนเนี้ย 3 ปี 4 ปี เราก็ไม่รู้ว่าเค้าจะเสียเมื่อไร เค้ายังอยู่ได้น่ะครับ ตรงจุดนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่เรามีข้อมูล แล้วก็วิจัยมา เห็นได้ว่าค่อนค้างได้ประโยชน์มากกับผู้บริโภคที่นำมาใช้ ซึ่งการทำคีโม หรือ ฉายแสงในกระบวนการรักษามะเร็งนั้นทำให้เม็ดเลือดถูกทำลายและลดคุณภาพไปมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการบำรุงเลือด และฟื้นร่างกาย จึงมีความเหมาะสมอย่างมาก”

 

ที่มา: บทสัมภาษณ์บางตอนจาก ดร.วิน เชยชมศรี

Leave a Reply